เพราะทุกองค์กร ต้องมีพนักงานลาออกเป็นเรื่องปกติ ทำให้การคำนวณ payroll เงินเดือน เป็นหนึ่งในเรื่องที่ HR และฝ่ายบัญชีต้องมีความแม่นยำ และคำนวณให้ถูกต้อง เพื่อให้พนักงานได้รับประโยชน์สูงสุด และป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด จนกลายเป็นการละเมิดสิทธิของพนักงาน หรือทำผิดกฎหมายแรงงาน
หากใครที่ยังไม่รู้ว่า การคิด payroll เงินเดือนของพนักงานที่ลาออก โดยเฉพาะการลาออกในช่วงกลางเดือน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ในบทความนี้ ได้รวบรวมวิธีการคำนวณมาไว้ให้แล้ว เพื่อป้องกันความผิดพลาดในองค์กร
-
พนักงานเข้าใหม่
การคำนวณ payroll เงินของพนักงานที่เข้ามาใหม่ และทำงานได้ไม่ครบเดือน ถือเป็นหนึ่งในคำถามยอดฮิตของพนักงาน และ HR หน้าใหม่ ซึ่งจะต้องคิดตามวันที่ทำงานจริง และต้องคำนวณอัตราเงินเดือนต่อวันก่อน โดยสามารถคิดได้ตามสูตร
อัตราค่าจ้างต่อวัน = ฐานเงินเดือน ÷ 30
เงินเดือนที่พนักงานจะได้รับในเดือนแรก = อัตราค่าจ้างต่อวัน x จำนวนวันที่ทำงาน
ตัวอย่างเช่น นาย A เป็นพนักงานใหม่ ได้รับเงินเดือน 20,000 บาท เริ่มทำงานวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งบริษัทมีรอบการคิดเงินเดือน ตั้งแต่วันที่ 25 (ของเดือนก่อนหน้า) ถึงวันที่ 24 (ของเดือนปัจจุบัน) เงินเดือนที่นาย A จะได้รับ มีดังนี้
- อัตราค่าจ้างต่อวัน คือ 20,000 ÷ 30 = 666.67 บาท
- เงินเดือนที่นาย A จะได้รับ คือ 666.67 X 9 = 6,000 บาท
ซึ่งการคำนวณลักษณะนี้ ช่วยให้ทั้งองค์กร และพนักงานได้รับความเป็นธรรม เนื่องจาก พนักงานจะได้รับค่าตอบแทนเฉพาะวันที่เริ่มปฏิบัติงานจริง ไม่ว่าจะเข้าทำงานช่วงต้น กลาง หรือปลายเดือน
ทั้งนี้ HR ควรตรวจสอบวันที่เริ่มงานให้ตรงกับข้อมูลในสัญญาจ้าง รวมถึงรอบการจ่ายเงินเดือนของบริษัท เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการคำนวณ
-
พนักงานประจำ
ในกรณีที่พนักงานประจำในองค์กร ยื่นลาออกกับ HR และทำงานไม่เต็มเดือน หรือ Last day ในช่วงระหว่างเดือน จะมีการคิดเงินเดือนเหมือนกับกรณีของพนักงานเข้าใหม่ ดังนี้
อัตราค่าจ้างต่อวัน = ฐานเงินเดือน ÷ 30
เงินเดือนที่พนักงานจะได้รับ = อัตราค่าจ้างต่อวัน x จำนวนวันที่ทำงาน
ตัวอย่างเช่น นาย B เงินเดือน 25,000 บาท ต้องการลาออกวันที่ 10 มีนาคม โดยบริษัทมีรอบการคิดเงินเดือน ตั้งแต่วันที่ 25 (ของเดือนก่อนหน้า) ถึงวันที่ 24 (ของเดือนปัจจุบัน) เงินเดือนที่นาย B จะได้รับ มีดังนี้
- อัตราค่าจ้างต่อวัน คือ 25,000 ÷ 30 = 833 บาท
- เงินเดือนที่นาย B จะได้รับ คือ 833 x 14 = 11,666 บาท
นอกจากเงินเดือนตามจำนวนวันที่ทำงานแล้ว HR ควรตรวจสอบรายการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย เช่น ค่าล่วงเวลา (OT) ค่าเดินทาง ค่าคอมมิชชัน เบี้ยขยัน หรือสวัสดิการที่ยังค้างจ่าย รวมถึงรายการหัก เช่น เงินกู้สวัสดิการ ภาษี ณ ที่จ่าย หรือประกันสังคม เพื่อให้การจ่ายเงินเดือนครั้งสุดท้ายมีความถูกต้องและครบถ้วน
ทั้งนี้ หากพนักงานมีวันลาพักร้อนสะสมที่ยังไม่ได้ใช้ องค์กรอาจต้องจ่ายค่าชดเชยวันลาพักร้อน ตามนโยบายบริษัท หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น HR ควรตรวจสอบสิทธิวันลาคงเหลือทุกครั้ง ก่อนสรุปยอด Payroll งวดสุดท้าย
-
พนักงานรายวัน
หากพนักงานรายวันลาออกในระหว่างเดือน HR หรือฝ่ายบัญชีจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้กับพนักงาน เฉพาะวันที่มาทำงานเท่านั้น โดยสามารถคิดได้ตามสูตร
เงินค่าจ้างที่พนักงานจะได้รับ = อัตราค่าจ้างต่อวัน X จำนวนวันที่ทำงาน
ตัวอย่างเช่น นาย C เป็นพนักงานรายวันที่ได้ค่าจ้างวันละ 900 บาท และทำงานเพียง 10 วัน ค่าจ้างที่นาย C จะได้รับ คิดได้เป็น เงินค่าจ้าง = 900 x 10 = 9,000 บาท
แม้ว่าจะเป็นพนักงานรายวัน แต่หากมีค่าตอบแทนอื่น เช่น ค่าโอที ค่าเบี้ยขยัน หรือค่าเดินทางที่เกิดขึ้นก่อนวันลาออก HR ควรรวบรวมรายการทั้งหมดมาคำนวณพร้อมกับค่าจ้าง เพื่อให้พนักงาน ได้รับเงินครบถ้วนตามสิทธิ และลดปัญหาการร้องเรียนภายหลัง
สำหรับองค์กรที่ต้องการให้การคิดเงินเดือนเป็นเรื่องง่าย และลดความผิดพลาดจาก Human error ขอแนะนำ Cloud-TA ระบบบันทึกเวลาออนไลน์ (Time Attendance) ที่มาพร้อมกับโปรแกรม Payroll เงินเดือน ทำให้การจัดการพนักงาน และเงินเดือนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก https://cloud-ta.com/


