ใกล้ถึงวันที่ 12 สิงหาคม เทศกาลวันแม่แห่งชาติ เหล่าแบรนด์ต่าง ๆ มักเร่งสร้างสรรค์คอนเทนต์ และโปรโมชัน เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในช่วงเทศกาลสำคัญนี้
ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับครีเอเตอร์ ในบทความนี้ เราขอแชร์เช็กลิสต์วางแผนคอนเทนต์สำหรับวันแม่ล่วงหน้า ที่ช่วยเพิ่มยอด Engagement ให้กับแบรนด์ได้เป็นธรรมชาติ และน่าจดจำ
ทำไมคอนเทนต์วันแม่ ถึงเป็นโอกาสทองในการสร้าง Engagement ให้แบรนด์
คอนเทนต์วันแม่ เป็นหนึ่งในไอเดียการทำ Content Marketing ที่สร้างโอกาสทองให้กับแบรนด์ได้ดี เนื่องด้วย วัฒนธรรมของคนไทยที่ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวเป็นหลัก ทำให้เทศกาลนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคเปิดใจรับคอนเทนต์ ที่สื่อสารด้วยอารมณ์ได้มากเป็นพิเศษ
-
เจาะพฤติกรรม และ Search Intent ของผู้บริโภคช่วงวันแม่
ก่อนถึงวันที่ 12 สิงหาคม ผู้คนมักค้นหาสิ่งต่าง ๆ ด้วยคีย์เวิร์ด เช่น ของขวัญวันแม่ ข้อความบอกรักแม่ หรือไอเดียกิจกรรมวันแม่ แบรนด์ที่สร้างคอนเทนต์ตอบโจทย์คำค้นเหล่านี้ จึงมีโอกาสติดอันดับการค้นหา และถูกแชร์ต่อในวงกว้างมากขึ้น
-
High Emotional Engagement ดันยอดแชร์แบรนด์แบบธรรมชาติ
วันแม่ คือช่วงเวลาที่อารมณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความรัก ความคิดถึง หรือความซาบซึ้งใจ ถูกกระตุ้นได้มากกว่าความสนุกสนานทั่วไปของเทศกาลอื่น ๆ คอนเทนต์ที่สามารถเล่าเรื่องราว ผ่านความสัมพันธ์ของแม่ และลูกได้จริงใจ จึงมักสร้างการมีส่วนร่วมสูงกว่าคอนเทนต์ทั่วไป
-
ข้อควรระวัง และประเด็นอ่อนไหวที่แบรนด์ต้องรู้ เพื่อเซฟภาพลักษณ์
การสร้างคอนเทนต์สำหรับวันแม่ ควรหลีกเลี่ยงการปั้นแต่งเรื่องราว หรือสร้างข้อมูลเท็จขึ้นมา เพื่อเรียกยอดไลก์ เพราะหากถูกจับได้ อาจส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์
นอกจากนี้ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ความอ่อนไหวต่อประเด็น เช่น การสูญเสียที่อาจกระทบความรู้สึกของผู้ที่ไม่มีแม่ ควรพิจารณาโทนคอนเทนต์ให้ละเอียดอ่อน ครอบคลุม และไม่สร้างความรู้สึกแปลกแยกให้กับกลุ่มลูกค้าบางส่วนโดยไม่ตั้งใจ

เช็กลิสต์ 5 ข้อ วางแผนคอนเทนต์วันแม่ล่วงหน้า
การผลิตคอนเทนต์ต้อนรับวันแม่ให้ออกมาน่าสนใจ จำเป็นต้องมีการวางแผนการทำงานล่วงหน้าเป็นระบบ โดยสามารถทำตามเช็กลิสต์ ดังนี้
-
กำหนดคอนเซปต์ และธีมหลัก
แบรนด์ควรกำหนดโทน และแนวทางการนำเสนอ (Tone & Voice) ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าจะไปในทิศทางไหน เช่น เน้นความซาบซึ้ง อบอุ่น ตลกขบขัน หรือเน้นการขายโปรโมชัน เพื่อให้เนื้อหา และภาพกราฟิกทั้งหมดในแคมเปญมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างถูกต้อง
-
วางตารางเผยแพร่คอนเทนต์
ควรกำหนดระยะเวลาปล่อยเนื้อหาล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ โดยเริ่มขยับตัวตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ไล่ระดับตั้งแต่คอนเทนต์เกริ่นนำสร้างกระแส (Teaser) ตามด้วยคอนเทนต์ให้ไอเดียทางเลือก
เช่น Gift Guide หรือพิกัดร้านอาหาร เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาคิด และเตรียมตัวล่วงหน้า และปิดท้ายด้วยคอนเทนต์บอกรักซึ้ง ๆ หรือกิจกรรมร่วมสนุกในวันจริง คือวันที่ 12 สิงหาคม
-
เตรียมงบโฆษณาและ Boost Post
แนะนำให้ปล่อยคอนเทนต์แบบ Organic ไปก่อนในช่วงแรก เพื่อสังเกตว่าโพสต์ไหนมีค่า Engagement หรือยอดแชร์เริ่มต้นดีที่สุด จากนั้นจึงคัดเลือกโพสต์เหล่านั้นมาลงงบโฆษณาเพิ่มเติม เพื่อขยายฐานการเข้าถึงไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ ๆ ในช่วงเทศกาลที่มีการแข่งขันสูง
-
ตรวจสอบความถูกต้อง และประเด็นอ่อนไหว
ตรวจทานการสะกดคำ และการใช้คำราชาศัพท์ให้ถูกต้อง ในกรณีที่แคมเปญเกี่ยวข้องกับสถาบันฯ และที่สำคัญที่สุด คือต้องตรวจสอบเนื้อหาอย่างเข้มงวดว่าไม่มีการพาดพิง ประชดประชัน หรือใช้อินไซต์ที่อาจกระทบความรู้สึก หรือสร้างแง่ลบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของผู้อ่าน
-
กำหนด KPI และการวัดผล
ตั้งเป้าหมายการวัดผลแคมเปญให้ชัดเจนตามประเภทของคอนเทนต์ เช่น วัดจากยอดการแชร์ และการเข้าถึง สำหรับคอนเทนต์ที่เน้นสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ หรือวัดจากยอดคลิกสั่งซื้อ และการใช้รหัสส่วนลด สำหรับคอนเทนต์ที่เน้นแนะนำขายสินค้าโดยตรง
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.iamcommonground.com/

