อัตราเฟรม คือ ค่าที่ใช้บอกค่าความต่อเนื่องจำนวนภาพเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกในหนึ่งวินาที ตัวอย่างเช่น หากบันทึกวิดีโอด้วย 15 FPS หมายความว่า ใน 1 วินาที กล้องจะบันทึกภาพเรียงต่อกันได้ 15 ภาพ ซึ่งภาพเหล่านี้จะถูกนำมาเล่นต่อเนื่อง จนเกิดเป็นวิดีโอที่เราเห็น ยิ่งจำนวนเฟรมสูงเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งดูลื่นไหล ตรงกันข้ามหากอัตราเฟรมต่ำ ภาพเคลื่อนไหวอาจดูสะดุด
สำหรับใครที่ยังสงสัย เกี่ยวกับอัตราเฟรมของภาพ ในบทความนี้ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ อัตราเฟรมมากขึ้น เพื่อให้รู้ว่าภาพนิ่ง หรือวิดีโอประเภทไหน ควรปรับอัตราเฟรมเท่าไหร่ ถึงจะได้ภาพที่ลื่นไหล และสวยงามได้มากที่สุด หากพร้อมแล้ว เราไปดูพร้อมกันได้เลย
-
24 FPS
เริ่มจากอัตราเฟรม 24 FPS หรือที่หลายคนเรียกว่า Cinematic Frame Rate ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมาอย่างยาวนานในวงการภาพยนตร์ เพราะให้ภาพที่ใกล้เคียงกับการมองเห็นตามธรรมชาติของสายตามนุษย์ ภาพที่ได้จะมีความนุ่มนวล ไม่แข็งจนเกินไป อีกทั้งยังสร้างบรรยากาศที่ดูสมจริง

-
30 FPS
ถัดมากับอัตราเฟรม 30 FPS ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานยอดนิยม โดยเฉพาะในงานออกอากาศทางโทรทัศน์ และการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ภาพที่ได้จะมีความลื่นไหลกว่าที่ 24 FPS เล็กน้อย แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เหมาะกับการถ่ายรายการทีวี หรือคอนเทนต์ทั่วไป
-
60 FPS
สำหรับอัตราเฟรม 60 FPS จะให้ความลื่นไหลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับ 24 หรือ 30 FPS ภาพเคลื่อนไหวดูต่อเนื่อง จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในการถ่ายทำงานที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว เช่น กีฬา งานดนตรีสด หรือคอนเทนต์แนวแอ็กชัน จุดเด่นของอัตราเฟรม คือ ช่วยลดอาการกระตุกหรือเบลอ (Motion Blur) เมื่อตัวแบบเคลื่อนไหวเร็ว
-
120 FPS
สุดท้ายกับอัตราเฟรมสูงถึง 120 FPS ซึ่งมักถูกเลือกใช้ในงานที่ต้องการทำ Slow Motion เนื่องจากเมื่อนำฟุตเทตที่ถ่ายได้มาลดความเร็ว จะได้ภาพลื่นไหลที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที และเห็นทุกรายละเอียดชัดเจน จึงเหมาะสำหรับงานโฆษณาที่ต้องการเน้นอารมณ์ หรืองานถ่ายทำพิธีสำคัญที่ต้องการเก็บโมเมนต์พิเศษ
แชร์! 50 ตัวอย่างประเภทของวิดีโอคอนเทนต์ (Video Content)
ขอบคุณข้อมูลจาก thesomethingincommon.com

